Get Adobe Flash player
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday128
mod_vvisit_counterYesterday222
mod_vvisit_counterThis week562
mod_vvisit_counterLast week1129
mod_vvisit_counterThis month2879
mod_vvisit_counterLast month4057
mod_vvisit_counterAll days584756
เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สูตรไหว้พระ 9 วัด (จ.กรุงเทพฯ)


สูตรไหว้พระ  9  วัด
อย่างถูกวิธีภายในวันเดียว
เสริมดวงชะตา สะเดาะเคราะห์  แก้ปีชง
เพื่อความอยู่ดีมีสิริมงคลแก่ท่าน และครอบครัว

ความเชื่อแห่งความสำเร็จ
(Symposium  of  Acheivements)

  • วัดพระแก้ว
  • ศาลหลักเมือง
  • วัดโพธิ์
  • ศาลเจ้าพ่อเสือ
  • วัดสุทัศน์ ฯ  วัดบวรนิเวศวิหาร
  • วัดชนะสงคราม
  • วัดระฆังโฆสิตาราม
  • ภูเขาทองวัดสระเกศ

ไหว้พระ  9  วัด  ไม่ต้องดูฤกษ์ยาม

 

 

1. วัดพระแก้ว

 

 

 

  • วัดพระแก้ว  หรือที่มีชื่อเต็มว่า  วัดพระศรีรัตนศาสดารามการไหว้พระแห่งแรกตาม    ตำราไหว้พระ9 วัด

ที่เลือกเอาวัดพระแก้วเป็นแห่งแรก  ก็เพราะว่า เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร

หรือ  พระแก้วมรกต  ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งของไทย  กล่าวคือสร้างด้วยแก้วมณีมีค่า  ซึ่งมีขนาดใหญ่

ประการหนึ่ง  มีพุทธลักษณะงดงามประการหนึ่ง  และพุทธศาสนิกชนทั้งหลายในประเทศไทยต่างนับถือว่ามีฤทธานุภาพ

ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง  การไปไหว้พระแก้วนี้  เพื่อสักการะบูชา  พระแก้วมรกต เพื่อให้ท่านร่ำรวย  มีแก้วแหวนเงินทองมากมาย

เป็นทุนรอนในการดำเนินกิจการ  และเพื่อความมั่งคั่งมั่นคง

เมื่อจุดเทียนและธูปเรียบร้อยแล้ว  ให้ว่า  นะโมฯ   3  จบ

(นะโมตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธะ  3  จบ)

จากนั้นท่อง     "  วาละลุกัง  สังวาตังวา "  ( 3  จบ )

พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐาน  ขอพรจากพระแก้วมรกตอันศักดิ์สิทธิ์

ถึงตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งกลับให้ขึ้นไปที่ระเบียงพระอุโบสถและเดินขึ้นไปทางประตูเข้าไป

ในพระอุโบสถเพื่อกราบ นมัสการพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ  พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐาน

ขอพรจากพระแก้วมรกตอันศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่เบื้องหน้าของท่าน  ให้ท่านร่ำรวยมีแก้วแหวนเงินทองมากมาย

เพื่อเอาไว้ทำทุน และเลี้ยงตน  เสร็จแล้วออกมาพรม น้ำมนต์  ที่ตั้งอยู่ระเบียงหน้าพระอุโบสถ

เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวท่าน  (น้ำมนต์ที่  พระอุโบสถวัดพระแก้วได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก)

 

 


2.  ศาลหลักเมือง

 

 

 

  • การมาสักการะบูชา  หลวงพ่อหลักเมือง   ก็เพื่อท่านจะได้มี  หลักมั่นคงมีหลักชัยในการดำเนินชีวิตตลอด

จนมีหลักการ  ที่ดีในการทำมาหาเลี้ยงชีพ  มีหลักยึดเหนี่ยวเพื่อจักได้ไม่ซวดเซ วิธีสักการะบูชาให้เดินตรงไป

ที่ศาลจะเห็น    " เสาหลักเมืองจำลอง "   ซึ่งเขาทำไว้ 2 เสา จะสังเกตเห็นผ้าแพร  3  สี

( 3 ผืน)   ผูกที่เสา  การบูชาศาลหลักเมืองนั้น  ถ้าจะให้ถูกต้องตามตำรา ให้จุดธูปอย่างเดียวโดยไม่ต้องจุดเทียน

จากนั้นค่อยเอาผ้าพันแพร  3   ผืน  ไปผูกที่เสาหลักเมืองจำลอง  และปิดทอง

ขณะบูชานั้นให้อธิษฐานให้ตนเองมีหลักฐานมั่นคง   มีหลักชัยในการดำเนินชีวิต  มีหลักยึดเหนี่ยวในการประกอบ

สัมมาชีพ   เสร็จจากนั้นให้เดินทางไปที่   อาคารศาลหลักเมืองใหญ่   เพื่อกราบบูชา  เสาหลักเมือง จริงภายในศาล

ท่านจะเห็น  เสาหลักเมือง 2 เสา  เสาหลักเมืองต้นเดิม   จะมีลักษณะผอม  และสูงกว่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1

ส่วน เสาหลักเมืองต้นปัจจุบัน  มีลักษณะใหญ่กว่าหมายถึงลำต้นอวบกว่า ฝังอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเสาหลักเมือง

ต้นเดิม สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4  เมื่อสักการะ  พระหลักเมือง  เสร็จแล้ว   ควรไปสักการะเทพารักษ์สำคัญสำหรับ

พระนคร (กทม.)   ทั้ง  5  องค์  อันมี  พระเสื้อเมือง   พระทรงเมือง   พระกาฬไชยศรี  เจ้าหอกลอง  และเจ้าเจตคุปต์

ในศาลเทพารักษ์  ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของ  ศาลหลักเมือง   ในบริเวณเดียวกัน  เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ท่าน

และครอบครัว

 

 

3. วัดโพธิ์

 

 

  • วัดโพธิ์  หรือ  วัดพระเชตุพนฯ   อยู่ติดกับพระบรมมหาราชวังใกล้ ๆ  กับท่าเตียน

ตามตำราไหว้พระ  9  วัด  ระบุว่า  การไหว้พระที่วัดโพธิ์  เพื่อให้ร่มเย็น   ขอความเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร

พระประธาน  ประจำพระอุโบสถวัดโพธิ์  คือ  พระพุทธเทวาปฏิมากร  เป็นพระปางสมาธิ  หน้าตัก

5 ศอก  1   คืบ  4  นิ้ว สูงตลอดพระรัศมี   7   ศอกคืบ   พระพุทธเทวปฏิมากร  เป็นพระพุทธปางสมาธิ

เป็นพระประจำวันของผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ซึ่งถือ กันว่าเป็นวันครู   ผู้บูชาพระปางนี้   แสดงถึงความมั่นคง

แห่งจิตใจ  มีสติสัมปชัญญะทุกขณะ  ออกจากวัดโพธิ์  เรียกรถตุ๊กๆ ไป  ศาลเจ้าพ่อเสือ  แถวถนนตะนาว

อยู่ใกล้ ๆ กับวัดมหรรณพาราม

 

 

4.  ศาลเจ้าพ่อเสือ

 

 

 

  • ศาลเจ้าพ่อเสือ  ซึ่งคนจีนเรียกกันว่า   "  ตั่วเล่าเอี้ย "   ตั้งอยู่เลขที่  468  ถนนตะนาว  ใกล้เสาชิงช้า

เป็นศาลเจ้าชาวจีนที่เก่าแก่  และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย  เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐาน

เฮี้ยงเทียนเซียงตี่ และรูป   เจ้าพ่อเสือ   เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนนับถือมากที่สุด

ข้อแนะนำสำหรับการไหว้เจ้าที่ศาลเจ้าพ่อเสือก็คือ  ก่อนจะเข้าไปไหว้  ควรแวะซื้อส้ม  3 -4 ใบ  หรือ 1 กิโล

(คนจีนเรียก  ส้ม  ว่า  ไต้กิก  มีความหมายว่าเป็น  มงคลยิ่ง)     และเครื่องเซ่นเจ้าพ่อเสือ  1  ชุด

(ซึ่งจะมีหมู  3  ชั้น ข้าวสุก และไข่ไก่)  ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้าตั้งวางขายอยู่หลายเจ้าบริเวณหน้าศาลเจ้า

และข้าง ๆ ศาลเจ้าตรงใกล้ ๆ  กับบริเวณที่รับฝากรถ  ถ้าคนไม่แน่นมาก  ควรเติมน้ำมันในตะเกียง

ด้านซ้ายขวา  เพื่อเพิ่มบุญกุศล  ชีวิตจะได้สว่างไสว  ไม่มืดแปดด้าน     เสร็จแล้วให้ไปลา ของไหว้ที่โต๊ะ

เก็บส้มไหว้  ไว้แบ่งกันกินที่บ้านเพื่อให้มีโชคสวัสดี    ส่วนกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในเตาที่ทาง

ศาลเจ้าจัดไว้ให้ หลังจานั้นกลับไปที่   หน้าองค์เจ้าพ่อเสือ   เพื่อให้อาแป๊ะ  หรือเจ้าหน้าที่ของศาลเจ้าฯ

 

เอาเนื้อหมูสดที่ถวาย  ถูที่ปากท่านแล้วพูดว่า
"  เฮง ๆ  " นั่นแหละ....  ขอให้     "  เฮง  "  ( หรือโชคดี  )  สมปรารถนาตลอดปี  และตลอดไป

ที่สำคัญอย่าลืมเช่า    "  ฮู้  "  หรือยันต์เจ้าพ่อเสือที่ศาลเจ้า  มาติดไว้ที่บ้าน หรือสำนักงาน

บางคนก็พกติดตัว เพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่รอดปลอดภัยตลอดปี  เสร็จจาก  พิธีกรรม ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ

จะเดินหรือนั่งรถตุ๊ก ๆ  มาที่  วัดสุทัศน์ฯ  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าพ่อเสือ

 

5.  วัดสุทัศน์ ฯ

 

 

 

  • วัดสุทัศน์ฯ  หรือ  วัดสุทัศน์เทพวราราม  อยู่ที่เสาชิงช้า  ถนนบำรุงเมือง  ใกล้กับที่ว่าการกรุงเทพมหานคร

(อีกด้านหนึ่งติดกับถนนตีทอง)  ถ้าไหว้พระ  หลวงพ่อพระศรีศากยมุนี  ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงเพื่อขอให้มี

สติปัญญาดี มีทรรศนะ  ที่ถูกต้องดีงาม  เมื่อจะคิดอ่านกระทำการใดๆ  ก็สามารถคิดได้  พูดให้ทันสมัยหน่อยก็คือ

ขอให้มี  วิชั่นที่ดี  ซึ่งตรงกับชื่อของวัด  คือ    "  สุทัศน์  "   นั่นเอง     ข้าวของที่ต้องตระเตรียม  ก็มีพวงมาลัย

2  พวง  ธูปเทียน  1  ชุด  เมื่อจุดธูปเทียนบูชา  และปิดทองพระ  (หลวงพ่อพระศรีศากยมุนีองค์จำลองหน้าพระวิหารหลวง)

แล้ว  ให้เดินเข้าไปในพระวิหาร  เพื่อกราบไหว้   พระศรีศากยมุนี     องค์ใหญ่ซึ่งเป็นองค์จริง  พร้อมกับอธิษฐาน

ขอพระจากท่านให้ท่านช่วยชี้แนะ ทรรศนะ   ที่ถูกต้องในการดำรงชีวิต และการดำเนินงาน    เมื่อไหว้พระ

"   หลวงพ่อพระศรีศากยมุนี  "   ที่วัดสุทัศน์ฯ   เสร็จแล้ว   วัดที่จะไปไหว้พระต่อก็คือ วัดบวรฯ แถวบางลำพู

 

 

6.   วัดบวรนิเวศวิหาร

 

 

  • วัดบวรนิเวศวิหาร  เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก  ชนิดราชวรวิหาร  ตั้งอยู่ต้นถนนตะนาว  ที่วัดบวรฯนี้

ตามตำราว่าให้ไปไหว้พระเพื่อขอให้ชีวิต  (ของท่านผู้อ่านเอง)  ปราศจากภัยอันตรายทั้งปวง ถ้ามีเคราะห์กรรมใดๆ

ก็ขอให้ผ่อนหนักเป็นเบา ข้อมูลเกี่ยวกับวัดบวรฯ  ที่ท่านจำเป็นต้องรับทราบก็คือ  ทางวัดบวรฯ  จะเปิดประตูโบสถ์

ให้ไหว้พระในวันพระจนถึงบ่าย 4  โมง  ส่วนวันธรรมดาที่ไม่ตรงกับวันพระ  ประตูจะปิดเร็วมาก  กล่าวคือ

เปิดเฉพาะช่วง   และจะปิดตอน  9   โมงเช้า  ทำให้หลายคนมาไม่ทันไหว้นับว่าน่าเสียดายโอกาสอันดียิ่ง

อย่างไรก็ตาม  ท่านที่มาไหว้พระที่วัดบวรฯ  ไม่ทัน เพราะประตูอุโบสถปิดเสียก่อน  ไม่ต้องตกใจนะครับ

ให้เดินไปที่หน้าประตูโบสถ์   ทางวัดมีกระถางธูปเทียน  และถาดให้นำดอกไม้บูชาวางเอาไว้สำหรับผู้ที่พลาด

ไม่ทันเวลา  ( ประตูโบสถ์ปิด )  จะจุดธูปเทียนบูชาด้านนอก พระอุโบสถ    เมื่อกราบนมัสการ   "  พระพุทธชินสีห์ "

ในพระอุโบสถเสร็จแล้ว   ก่อนกลับ  อย่าลืม  พรมน้ำพระพุทธมนต์   ที่ตั้งอยู่ติดด้านหน้า "  พระพุทธชินสีห์ "

(ทั้ง  2  ข้าง   คือทั้งด้านซ้าย -  ขวา )   เป็นที่กล่าวขานกันว่าน้ำพระพุทธมนต์หน้า      พระพุทธชินสีห์

ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง  สามารถแก้อาถรรพ์ต่าง ๆได้ดีมากเป็นของดีที่คนกรุงเทพฯ

ไม่ค่อยรู้กัน จากวัดบวรนิเวศฯ   แล่นรถยนต์อ้อมวงเวียนหน้าถนนสิบสามห้างตัดผ่าถนน  ถนนจักรพงศ์  เมื่อ

ถึง   วัดชนะสงคราม   มีที่จอดรถบริการอย่างดี

 

 

7.  วัดชนะสงคราม

 

 


  • วัดชนะสงคราม  ตั้งอยู่ถนนจักรพงศ์  ตรงถนนข้าวสาร  บางลำพู  แขวงชนะสงคราม  เขตพระนคร

ไหว้หลวงพ่อในพระอุโบสถ  เพื่อให้ท่านประสบความสำเร็จมี  "  ชัยชนะ " อุปสรรคต่าง ๆ  เพื่อความเจริญรุ่งเรือง

ในชีวิต  และการงาน    ทางวัด ฯ  จัดที่บูชาพระภายในโบสถ์  ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหน้าภายในโบสถ์

เป็นลักษณะโต๊ะหมู่บูชา  โดยมีพระพุทธนรสีห์  (หลวงพ่อปู่)   องค์จำลองเป็นพระประธาน   พร้อมกับพระพุทธ

ประจำวันเกิด  ท่านจุดธูปเทียนบูชาที่นี่   พร้อมกับปักธูปเทียนในกระถางที่ทางวัดเตรียมให้วางดอกไม้

หรือพวงมาลัยบนพาน พร้อมกับขอพรให้ชนะอุปสรรคทั้งปวง  เสร็จแล้วเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธนรสีห์

องค์จริงที่อยู่ด้านในสุดของพระอุโบสถ   พร้อมกับอธิษฐานขอพรจากท่าน  ให้ชนะอุปสรรคทั้งปวงเช่นกัน

อันเป็นอุปเท่ห์ ที่ได้จากนามของวัด   เมื่อไหว้พระที่วัดชนะสงครามเสร็จ  ท่านอาจจะพักรับประทานอาหารกลางวัน

แถว ๆ  บางลำพู จากนั้นเดินทางไปที่   ท่าช้าง  เพื่อข้ามฟากไปไหว้พระที่  วัดระฆังฯ

 

 

8.  วัดระฆังโฆสิตาราม

 


  • วัดระฆังโฆสิตาราม  ตามตำราหรือตามสูตรไหว้พระ  9  วัด  นั้น  คนเก่าแก่ท่านเล่าว่าการไหว้พระที่

วัดระฆังฯ ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น   ถ้าจะให้ได้บุญกุศลจริง ๆ  ต้องทำอย่างที่โบราณ

ท่านว่าไว้  คือต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำบุญ จึงจะได้  มหากุศล  (การไปทำบุญยิ่งยากลำบากเท่าไร

ก็ยิ่งได้บุญมากเท่านั้น)   มีบางคนและหลายท่านไม่เข้าใจอุปเท่ห์  ดังกล่าว ต่างเอาความสะดวกเข้าว่า

โดยการขับรถ  หรือเดินทางโดยรถยนต์ไปวัดระฆังฯแทน ดังนั้น  เพื่อให้ได้  มหากุศล  ตามเคล็ด

จึงขอแนะนำว่าให้ไปขึ้นเรือที่  ท่าช้าง  เพื่อข้ามฟากไปยังท่าวัดระฆังฯ    จุดมุ่งหมายของการไหว้พระที่

วัดระฆังฯ   ก็คือ  การสักการะสมเด็จพุฒาจารย์  ( โต   พรหมรังสี) อริยสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เพื่อขอพระโดยการสวดคาถาชินบัญชร ก่อนจะเดินกลับมาขึ้นเรือที่ท่าวัดระฆังฯ  เพื่อข้ามฟากมายังท่าช้าง

(ฝั่งกรุงเทพมหานคร)    มีข้อแนะนำเป็นเกร็ด เล็กเกร็ดน้อยเพิ่มเติมว่า  หากใครอยากได้บุญมากขึ้นอีก

ตอนจะข้ามฟาก   (แม่น้ำเจ้าพระยา)  มายังท่าช้างท่านแนะนำให้หาซื้อ หอยขมสัก  1 กิโล

(หาซื้อไม่ยาก  เพราะแม่ค้าแถวนั้นเขารู้เคล็ดเรื่องนี้ดี  เตรียมใส่กะละมังมาขายอยู่หลายเจ้า ) ใส่ถุงถือมา

แล้วเอาไปปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา  ชีวิตของท่านก็จะหายจากความขมขื่นทั้งสิ้นทั้งปวง

เมื่อถึงท่าช้างแล้ว  ก็เดินทางไปวัดสระเกศ  เพื่อบูชา  พระมหาเจดีย์  บนยอดภูเขาทอง

 

 

9.   ภูเขาทองวัดสระเกศ

 

 

  • ภูเขาทองวัดสระเกศ  จุดสุดท้ายของการไหว้พระ  9  วัด ให้เดินขึ้นไปบนยอดภูเขาทอง

เพื่อบูชาพระมหาเจดีย์ เป็นเคล็ด  เพื่อให้ชีวิตมีดวงชะตาสูง   ไม่ตกต่ำ   หมายถึง  ความสำเร็จนั่นเอง

ตามตำราให้ไปไหว้พระที่ภูเขาทอง  (หรือ   บรมบรรพต  ตามภาษาทางราชการ  ซึ่งประกาศมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่  5)

เป็นจุดสุดท้าย  อาจจะเป็นเพราะสถานที่ที่ต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นกว่าจะเสร็จการบูชาพระมหาเจดีย์

ก็ต้องเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย   ภายในเจดีย์มีสถูปศิลาเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เมื่อท่านเดินขึ้นบันไดไปถึงยอดภูเขาทอง  ให้ไปจุดธูปเทียนบูชาพระ ซึ่งทางวัดได้จัดสถานที่ไว้ให้จากนั้นเดินขึ้น

ไปปิดทอง   พระสถูปศิลา  ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ   ภายในองค์พระเจดีย์บนพระบรรพต  (ภูเขาทอง)

แผ่นกระดาษที่ หุ้มแผ่นทองอย่าขย้ำทิ้งให้เขียนชื่อ  และนามสกุล   ลงมาใส่ในบาตรใหญ่ ๆ ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้

ให้ข้างบนนั้น  เพื่อเป็นการ  สะเดาะเคราะห์ด้วย   ที่สำคัญ  อย่า  นำชื่อ  -  ดวงชะตา  ไปติดที่องค์เจดีย์

ซึ่งเป็นการแสดงความไม่เคารพ  (ทางวัดได้เขียนใบเตือนไว้แล้ว)  จากนั้นให้เดินขึ้นไปที่  องค์พระเจดีย์

บนยอดภูเขาทอง  ซึ่งบุโมเสคสีทอง  (มีเจดีย์เล็ก  4  มุม) ทำพิธีนมัสการ พระบรมธาตุด้วยการพนมมือไหว้

แล้วเดินเวียนรอบ     องค์พระเจดีย์     (สีทอง) 3  รอบ  และต้องเวียนขวา   คือหันด้านขวา เข้าหาองค์พระเจดีย์

เสร็จแล้วให้ไหว้พระเจดีย์  โดยพนมมือยกสูงให้นิ้วอยู่เหนือศีรษะ  ปลายนิ้วมือมุ่งตรงไปยังยอดพระเจดีย์

ค้อมศีรษะลง   เพื่อรับพลัง  กุศลธรรม  และวิมุตติธรรมจากองค์พระบรมสารีริกธาตุได้เต็มที่    และทำให้มี

สมาธิในการสักการะ   พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานจิตสูงขึ้นด้วย  เป็นอันเสร็จพิธีไหว้พระ  9  วัด  อย่างสมบูรณ์

 

 

 

ไหว้พระ   9   วัด  ไม่ต้องดูฤกษ์ยาม

  • การไหว้พระ  9  วัด  สามารถกระทำได้ทุกโอกาสทุกเมื่อ  ไม่จำเป็นต้องดูฤกษ์ดูยามแต่ประการใด

รู้สึกไม่สบายใจหรือเกิดศรัทธาเมื่อใด  ก็สามารถกระทำได้ทันที   ถ้าเป็นไปได้ควรไปไหว้พระ 9  วัด

ในวันพระ เป็นดีที่สุด   เพราะเป็น  วันธรรมสวนะ  ทำให้ท่านสามารถเข้าไปนมัสการพระพุทธรูปองค์สำคัญ

ได้อย่างสะดวก  ไม่ต้องมาไหว้พระกลางแจ้ง  หรือนอกโบสถ์  โดยไม่ได้สัมผัสความขลังหรือพลังอันศักดิ์สิทธิ์

แห่งมงคลสถานเหล่านั้น   เคล็ดสำคัญอีกประการหนึ่ง  ก็คือ  ก่อนที่ท่านจะไปไหว้พระ 9  วัด  1 คืน

ใคร่ขอให้ท่านไหว้ บิดามารดาของท่านด้วยอาการเคารพอย่างเทิดทูน  ท่านเป็น  พระของลูก ๆ  ท่าน

เป็นบุคคลที่เราใกล้ชิดที่สุดถ้าเราไม่บูชา และนับถือท่านแล้ว  สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ  ที่มีอยู่ก็ไม่มีความจำเป็น

ต้องบูชาต่อไป  และห้ามด่าว่าหรือเบียดเบียนรังแกผู้บังเกิดเกล้าของเราเป็นฯอันขาด  ไม่เช่นนั้นต้องตกนรก

ทั้งเป็น  ทำการค้าไม่เจริญ ตำแหน่งหน้าที่การงานจะต้อง ตกต่ำด้วยเช่นกัน